กระบวนการในการทาสีโครงสร้างโลหะนั้นมีสองประการ ประการแรกคือ งานทาสีก่อสร้างครั้งแรกหรืองานทาสีใหม่และการทาสีเพื่อซ่อมแซม ซึ่งถ้าหากว่ากระบวนการซ่อมแซมไม่เป็นไปอย่างราบรื่นอาจทำให้ส่งผลต่อความผลอดภัยได้ ดังนั้นคุณจึงควรเข้าใจข้อกำหนดและระเบียบข้อบังคับทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้

1. การปฏิบัติตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ทาสี
ก่อนที่จะเริ่มใช้อุปกรณ์ทาสีใด ๆ คุณควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดว่าได้เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อใด หรือเป็นบรรจุภัณฑ์สีที่ถูเปิดใช้มาเป็นระยะเวลานานแล้วหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าสีจะไม่แข็งกระด้าง, เกิดเป็นฟิล์มหรือจับเป็นก้อนแข็ง นอกจากนี้สีที่นำมาใช้ต้องเป็นสีผสมที่มีความสม่ำเสมอและเข้ากันได้ดี และคุณจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์หากมีการผสมเม็ดสีหรือทินเนอร์ลงไป

2. การป้องกันการกัดกร่อน
ประเด็นสำคัญคือการตระหนักถึงความสามารถในการกัดกร่อนของสิ่งแวดล้อมที่กระทำต่อโครงสร้างและการเลือกวัสดุในการเคลือบอย่างถูกต้องและเหมาะสม ในกรณีที่เหล็กอยู่ในสภาพแวดล้อมภายในที่แห้งจะไม่มีเสี่ยงต่อการกัดกร่อนจึงไม่จำเป็นต้องมีการเคลือบ ตรงกันข้าม โครงสร้างเหล็กที่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการกัดกร่อนจะต้องเคลือบด้วยวัสดุที่มีประสิทธิภาพสูงและต้องออกแบบมาให้ยืดเวลาในการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

3. อิทธิของการออกแบบที่มีผลต่อการกัดกร่อน
การออกแบบและรายละเอียดของโครงสร้างอาจส่งผลต่อความทนทานของสารเคลือบผิวที่ใช้ โครงสร้างที่ออกแบบด้วยส่วนประกอบที่มีขนาดเล็กมากจะป้องกันการกัดกร่อนได้ยากกว่าส่วนประกอบที่มีพื้นผิวเรียบขนาดใหญ่ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่:
▪ การใช้สารเคลือบผิวและการบำรุงรักษา
▪ การหลีกเลี่ยงความชื้นและเศษไม้
▪ การหลีกเลี่ยงหรือปิดผนึกรอยแยก
▪ การระบายน้ำและระบายอากาศเพื่อลดความชื้น
▪ การหลีกเลี่ยงในการสัมผัสกับวัสดุอื่น

4. การเตรียมพื้นผิว
เป็นที่ทราบกันดีว่าการเตรียมพื้นผิวเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีผลต่อการป้องกันการกัดกร่อน โดยประสิทธิภาพของการเคลือบผิวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการยึดติดกับวัสดุพื้นผิวอย่างเหมาะสม ซึ่งพื้นผิวของเหล็กอาจแตกต่างกันไปเนื่องจากขึ้นอยู่กับจำนวนของสะเก็ดสนิมและระดับของการเกิดสนิม

5. การทาสีชิ้นงานใหม่
หากเป็นการทาสีชิ้นงาน โลหะจะถูกส่งมายังไซต์งานโดยเคลือบมาแล้ว โดยคุณต้องแต้มสีโลหะในบริเวณที่มีความเสียหายก่อนที่จะลงสีเคลือบตัวอื่น ๆ และต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสีแต้มที่ใช้นั้นเป็นตัวเดียวกับที่ทางร้านใช้อยู่
ก่อนที่จะลงสีเคลือบตัวอื่น ๆ จงตรวจสอบให้แน่ใจว่าฝุ่นละออง, สิ่งสกปรก, น้ำมัน, จาระบีหรือสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ได้ถูกนำออกจากพื้นผิวของสีเคลือบชั้นแรกเพื่อให้สีเคลือบชั้นถัดไปยึดเกาะได้อย่างเหมาะสม ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับพื้นผิวที่เป็นร่องหรือพื้นผิวที่จะเก็บเศษวัสดุต่าง ๆ โดยรวมถึงฝุ่นที่เกิดจากบริเวณการทำงานโดยรอบ เนื่องจากพื้นผิวเหล่านี้มักไม่สามารถมองเห็นได้จากพื้นดินและอาจเกิดข้อผิดพลาดได้ในระหว่างกระบวนการทำความสะอาด

6. การทาสีเพื่อบำรุงรักษา
ขั้นตอนการเตรียมการทาสีเพื่อบำรุงรักษานั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและยากเนื่องจากต้องนำสีเคลือบเดิมออก โดยการนำสีเคลือบออกทำได้หลากหลายวิธีตั้งแต่วิธีที่ง่ายอย่างการใช้อุปกรณ์ด้วยมือหรือวิธีที่ยากที่ต้องใช้เครื่องจักรในการทำงาน ซึ่งวัสดุที่ใช้สำหรับการนำสีเคลือบออกต้องมีความสมบูรณ์และใช้งานได้อย่างเหมาะสม

7. การป้องกันวัสดุที่อยู่ใกล้เคียง
บ่อยครั้งที่มีการพ่นสีในบริเวณที่มีลมพัดทำให้มีละอองของสีส่วนเกินออกมาที่เรียกว่า “Overspray” ซึ่งทำให้สีส่วนเกินนี้ถูกลมพัดไปติดกับวัสดุอื่น ๆ ที่อยู่ในไซต์งานเดียวกัน นอกจากนี้หากคุณไม่ได้ใช้วิธีการฉีดพ่นสี เช่น การทาสีด้วยแปรงหรือลูกกลิ้ง หยดสีส่วนเกินจะหยดลงบนยานพาหนะอย่างเรือหรือน้ำหรือแม้แต่วัตถุด้านล่าง ดังนั้นคุณจึงควรป้องกันไม่ให้วัสดุที่อยู่ใกล้เคียงเปื้อนสีด้วยเช่นกัน

8. ความปลอดภัยของคนงาน
คุณต้องคำนึงถึงความปลอดภัยที่อาจทำให้คนงานหรือบุคคลทั่วไปเกิดอาการบาดเจ็บร้ายแรงหรือเสียชีวิตได้ เนื่องจากกระบวนการในการทำงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคนงานมีความสำคัญมาก คุณจึงต้องหมั่นตรวจสอบกฎหมายและกระบวนการทำงานเหล่านี้เพื่อให้การทาสีมีความปลอดภัย

9. บริเวณที่ลงสี
ประเภทของสีที่จะใช้และปริมาณตัวเคลือบที่ต้องใช้จะขึ้นอยู่กับงานแต่ละชิ้น ดังนั้นจึงไม่มีข้อกำหนดตายตัวในการเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ นอกจากนี้หนึ่งในการตรวจสอบที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องทำในการทาสีคือการวัดความหนาของสีเคลือบ โดยความหนาทั้งหมดของสีต้องมีค่าไม่น้อยกว่าความหนาขั้นต่ำของสีเคลือบที่ทาลงไป

10. แปรงทาสี
คุณควรใช้แปรงทาสีโลหะให้ทั่วทุกซอกมุมและควรเช็ดสีส่วนที่ไหลเยิ้มออก ควรใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าเช็ดทำความสะอาดทันที นอกจากนี้ยังสามารถใช้หนังแกะและหนังสัตว์ในการช่วยทาสีในบริเวณที่เข้าถึงได้ยากทั้งนี้การผสมสีอย่างละเอียดก่อนใช้งานเป็นสิ่งที่สำคัญ จึงควรใช้เครื่องผสมในการผสมสีหากเป็นไปได้

11. การพ่นสี
เครื่องพ่นสีต้องสะอาดและทำงานได้ดี เนื่องจากเครื่องพ่นสีที่สะอาดจะช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและคราบสีไม่ให้มาปนเปื้อนชิ้นงาน โดยคุณควรพ่นเพียงชั้นเดียวเพื่อไม่ให้เกิดการสร้างชั้นสีที่ไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้หนังแกะและหนังสัตว์ในการช่วยทาสีในบริเวณที่เข้าถึงได้ยากอีกด้วย อีกทั้งคุณควรปาดสีส่วนเกินที่เกิดจากการพ่นออกทันที

12. การจำกัดสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิ
ไม่ควรจะทาสีเมื่อสีหรือเหล็กมีอุณหภูมิต่ำกว่า 40 ° F อีกทั้งไม่ควรทาสีในขณะที่มีฝนตก, ลมแรง, มีหมอก, หรือกลุ่มควัน นอกจากนี้คุณไม่ควรทาสีหากพื้นผิวของเหล็กมีความชื้นเกาะอยู่ โดยหากมีการทาสีในสภาพอากาศที่เย็น คุณต้องคลุมโลหะที่ทาสีไว้จนกว่าสีจะแห้งหรือจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น