การทาสีเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการตกแต่งบ้าน แต่การทาสีให้เรียบเนียนนั้นเป็นเรื่องยาก ดังนั้นเจ้าของบ้านรายหลายจึงเลือกที่จะจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการทาสีซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายที่มีราคาแพง

แต่โชคดีที่คุณสามารถทำให้การทาสีดูสมบูรณ์แบบด้วยการใช้วิธีบางอย่างและการทำ DIY เพียงเล็กน้อย โดยเคล็ดลับในการทาสีเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถทาสีบ้านได้อย่างมืออาชีพภายในระยะเวลาอันสั้น

1. การเตรียมตัวเป็นสิ่งสำคัญ
ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะเปิดกระป๋องสีคือการซ่อมรูและรอยแตกด้วยฟิลเลอร์ และปล่อยให้แห้งเพื่อทำให้พื้นผิวเรียบเนียนและไม่มีรอยแตก, ร้าวหรือลอก หลังจากนั้นใช้เศษผ้าเพื่อเช็ดฝุ่นและสิ่งสกปรกออกจากกำแพง และอย่าเพิ่งทาสีใด ๆ ก่อนที่พื้นผิวจะแห้งสนิท

2. ใช้พลาสติกห่อเพื่อป้องกันการเปื้อน
เมื่อคุณต้องทาสีเป็นบริเวณกว้าง หากคุณไม่ต้องการให้บริเวณรอบ ๆ เปื้อน เช่น ชักโครกหรืออ่างล้างหน้า ให้ใช้พลาสติกห่อหุ้มไว้ และหากคุณต้องการห่อให้แน่นหนาขึ้น ให้ใช้พลาสติกห่อที่มีกาวติด หรือหากคุณต้องการพลาสติกห่อสำหรับการทาสีแบบพิเศษ คุณก็สามารถไปซื้อที่ร้านขายอุปกรณ์ได้ ซึ่งจะเป็นพลาสติกที่แนบติดกับวัตถุเพื่อป้องกันไม่ให้สีหยดลงไป โดยเมื่อคุณทาสีเสร็จแล้ว ก็แค่นำพลาสติกออกเท่านั้นเอง

3. ใช้สารสกัดจากวานิลลาและมะนาวเพื่อช่วยลดกลิ่นสี
กลิ่นสีเป็นกลิ่นที่กระจายรุนแรง แค่เพียงคุณเติมวานิลลาเล็กน้อย ซึ่งแม้ว่าจะมีกลิ่นวานิลลาที่ใช้สำหรับงานทาสีอยู่แล้ว แต่คุณก็สามารถใช้วานิลลาที่อยู่ในครัวของคุณได้เช่นกัน

หากคุณใช้สีเข้ม เติมสารสกัดวานิลลาสองถึงสามหยด (หรือวานิลลาสังเคราะห์) ต่อสีหนึ่งแกลลอนเพื่อช่วยลดกลิ่นสีในห้องของคุณ ถ้าหากคุณไม่ต้องการให้วานิลลาทำให้สีของคุณเปลี่ยน ลองเปลี่ยนเป็นสารสกัดจากมะนาวที่ใช้สำหรับสีอ่อน

4. นำเสื้อยืดเก่ามาทำเป็นเศษผ้าเพื่อลดการใช้ขยะ
การทาสีเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก การใช้กระดาษทิชชู่หลายม้วนจึงไม่ใช้ทางเลือกที่มีประสิทธิภาพหรือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแทนที่จะเลือกใช้ผ้าผืนใหญ่ ลองใช้สิ่งที่หาได้ง่าย ๆ อย่างการตัดเสื้อยืดเก่าเพื่อนำมาใช้เป็นเศษผ้า

5. ห้ามละเลยการลงไพร์เมอร์
การลงไพรเมอร์เป็นขั้นตอนที่สำคัญหากคุณต้องการที่จะทาสีพื้นผิวที่ยังไม่เคยทาสีมาก่อน เช่น กำแพงปูนเปลือย แต่หากคุณต้องการที่จะทาสีใหม่ การลงไพรเมอร์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน โดยไพรเมอร์จะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกเข้าไปภายใน, ช่วยให้สียึดเกาะกันได้ดียิ่งขึ้น, รวมถึงการสีกันซึมช่วยให้สีที่ทาใหม่ดูสวยงามแม้จะทาสีเคลือบเพียงครั้งเดียว