1. คุณควรปัดกวาดเช็ดถูพื้นตามทางยาวพื้น หรือ ตามด้านยาวของแผ่นพื้น
เพราะว่า การทำความสะอาดแบบนี้จะช่วยลดการฝังตัวของคราบ/สิ่งสกปรกบนพื้นได้ดีกว่าการทำความสะอาดตามแนวขวางลายไม้ ซึ่งช่วยลดคราบสกปรกบนพื้นไวนิล / พื้นกระเบื้องยางทากาวได้มากถึง 80% จึงทำให้พื้นคุณสะอาดง่ายกว่าเดิม

2. คุณควรใช้น้ำผสมสบู่ หรือ น้ำยาทำความสะอาดพื้นทั่วไปในการทำความสะอาดพื้น
เพราะว่า การใช้น้ำยาทำความสะอาดจะช่วยทำให้พื้นของคุณสะอาดมากยิ่งขึ้น และ ขัดคราบสกปรกที่อาจฝังตามร่องให้หลุดได้อย่างง่ายดาย และ ทำให้คุณได้พื้นห้องที่สะอาดมากยิ่งขึ้น และดูสวยน่าใช้งานมากขึ้นอีกด้วย

3. คุณควรเปลี่ยนน้ำที่ทำสะอาดบ่อยๆ เมื่อน้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำๆ หรือ ดำมาก
เพราะว่า การที่เราใช้น้ำดำถูพื้น น้ำที่ผสมกับสิ่งสกปรกต่างๆจากการเช็ด จะถูกนำลงไปเช็ดอีกที ซึ่งเมื่อพื้นแห้ง อาจเกิดร่องรอยจากคราบสกปรก และ ยิ่งนานวันเข้าก็จะกลายเป็นคราบฝังลึก คุณจึงควรเปลี่ยนน้ำบ่อยๆ เพื่อให้ได้พื้นที่สะอาดอย่างแท้จริง

4. คุณควรเคลือบ Wax ที่พื้นอย่างสม่ำเสมอ
เพราะว่า การลง wax นอกจากจะทำให้พื้นดูมันวาวแล้ว ยังช่วยเคลือบผิวหน้าป้องกันการขูดขีด และ การฝังตัวของสิ่งสกปรกตามร่องพื้นได้อีกด้วย ซึ่ง FINE ART ขอแนะนำการเคลือบตามนี้

  • การเคลือบ wax สำหรับที่อยู่อาศัย ควรจะทำทุกๆ 6-12 เดือน/ครั้ง (Residential Area)
  • การเคลือบ wax สำหรับใช้เชิงพาณิชย์ ควรจะทำทุกๆ 3-6 เดือน/ครั้ง (Commercial Area)
  • หลังการลง wax ที่พื้นแล้ว ไม่ควรเดินบนพื้นหลังลง wax ประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้แห้งสนิทจริงๆ

5. คุณควรหลีกเลี่ยงการลาก, เข็นสิ่งของหนักๆบนพื้น
เพราะว่า การลากของหนักบนพื้น เช่น โต๊ะ ตู้ เตียง และ ขาเฟอร์นิเจอร์แหลมๆ จะทำให้ชั้นปกป้องผิวหน้าถลอก และ เสื่อมได้ไว ซึ่งทำให้พื้นดูไม่สวยงาม และ ไม่น่าใช้งาน คุณจึงควรค่อยๆยกของ และ ย้ายโดยไม่ให้ลากพื้น เพื่อให้พื้นของคุณสวยงามยาวนานนับ 10 ปี

6. หากพื้นหลุดร่อน/ชำรุด คุณสามารถแก้ไขได้เองอย่างง่ายดาย
เพราะว่า พื้นที่ชำรุด หรือ หลุดร่อน อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ คุณจึงจำเป็นต้องซ่อมแซมพื้นของคุณเท่าที่ทำได้ เช่น ถ้าหากกาวเดิมเสื่อม คุณสามารถหยอดกาวร้อนช่วงที่พื้นหลุดออกมา และ ประกบให้เข้าที่แล้วกดไว้สักแปปให้พื้นกับกาวติดกัน แค่นี้คุณก็สามารถซ่อมแซมพื้นของตัวเองโดยเบื้องต้นได้แล้ว