มีกฎพื้นฐานสำคัญที่จำเป็นต้องทำตามหากคุณกำลังเลือก รูปแบบเงาของสี : เพราะยิ่งเงามากเท่าไหร่ ยิ่งสว่าง และเปล่งปลั่งมากเท่านั้น – และยิ่งเงามากเท่าไหร่ สีก็ยิ่งทนทานมากขึ้นเช่นกัน สีแบบเรียบจะไม่มีเงา สีไฮกรอสจะเป็นประกายทั้งหมด เงาแบบเปลือกไข่จะอยู่ระหว่าง 2 แบบนี้ , ซาติน และเซมิกรอส แต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับงาน และการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว – ก็ไม่น่าแปลกใจที่คนส่วนใหญ่จะสับสนเมื่อต้องการเลือกใช้สี เพราะอาจไม่เคยมีที่ไหนบอกขั้นตอนสุดท้ายในการทาสีให้คุณรู้มาก่อน ดังนั้น นี่คือเคล็ดลับของเราว่าคุณควรใช้อะไร ที่ไหน

กรอส
การใช้สีกรอส หรือสีเงา ซึ่งมีหลายรูปแบบสำหรับงานตกแต่งภายในและภายนอก กรอสสูตรใช้ตัวทำละลายเป็นส่วนประกอบหลักจะติดทนนาน และออกแบบมาเพื่อใช้กับโลหะหรือไม้ แต่มีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุน และใช้เวลานานถึง 24 ชั่วโมงเพื่อให้แห้ง

กรอสสูตรใช้น้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จะแห้งเร็วมากกว่า แต่จะดูสว่าง มากกว่าที่จะเป็นเงา แม้ว่ารอยแปรงจะเห็นได้ชัดเจนกว่ากรอสแบบดั้งเดิม แต่สามารถทาได้ง่ายกว่า และยังแห้งได้เร็ว มีกลิ่นน้อย
สี Liquid Gloss : ต้องทำการรองพื้นก่อน แต่ให้ความมันวาวสูง ทนทาน และกันฝุ่นได้ ทิ้งไว้ค้างคืนก่อนทาขนซ้ำรอบที่สอง
สี Once Gloss : สีคลุมทับ ไม่จำเป็นต้องใช้รองพื้น หากทาบนพื้นผิวที่มีสีอยู่แล้ว
สี Satinwood : หลุดออกยาก เป็นสีกรอสที่ทนทาน มีความแววาวเล็กน้อย ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนกรอสดั้งเดิม
สี Eggshell : ทำให้พื้นผิวเรียบเนียน

อิมัลชัน
อิมัลชันเป็นสีสูตรน้ำ ที่มีเรซินอะคริลิคหรือไวนิล เพิ่มทำให้พื้นผิวแข็งแรงทนทาน นี้ส่งผลให้เกิดองศาที่แตกต่างของเงา – ยิ่งสว่างมากเท่าไหร่ สีจะทนทานมากขึ้นเท่านั้น ใช้สำหรับผนังภายในและเพดาน
สี Matt : ให้ผิวด้าน และไม่เงา มักไม่ติดทนเหมือนกับอิมัลชันที่มีความเงา แต่สูตรล่าสุดจะมีความทนทานมากกว่า
สี Satin : ให้พื้นผิวที่ดูอ่อนนุ่ม เงางามและทนทานกว่าแบบไวนิลด้าน
สี Silk : ให้ความเงางามสูง และเป็นสีที่ติดทนนานที่สุดในสีอิมัลชันทั้งหมด ใช้ได้ดีในพื้นที่ชื้น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บงานสี
นี้คือสีพิเศษสำหรับงานเฉพาะด้าน
สี Primer : เป็นสีพื้น ใช้น้ำมันหรือน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อป้องกันผิวที่ยังไม่ทาสี ก่อนที่จะทำการเคลือบ ใช้สีพื้น (ไพรเมอร์) สำหรับพื้นผิว – ไม้, โลหะ, ปูนปลาสเตอร์หรือกระเบื้อง – หรือเลือกใช้ไพรเมอร์แบบอเนกประสงค์
สี Undercoat : โดยปกติมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบหลัก ใช้ทาเคลือบบนไพรเมอร์
สี Anti-condensation : สำหรับใช้ในพื้นที่ชื้น เช่นห้องครัวและห้องน้ำ สีนี้เป็นสูตรพิเศษเพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าเย็นเมื่อมีการสัมผัส ดังนั้นควบแน่นจะน้อยลง
สี Radiator : ใช้กับท่อระบายความร้อนกลางและหม้อน้ำ – สามารถทนต่ออุณหภูมิสูงได้โดยไม่ทำให้อ่อนลงหรือเปลี่ยนสี
สี Floor : สีสูตรพิเศษที่ทนทาน ใช้สำหรับพื้นไม้และคอนกรีต อย่าทาสีพื้นของคุณด้วยสีธรรมดา – เพราะจะทำให้พื้นเกิดความสึกหรอได้อย่างรวดเร็ว
สี Polyurethane varnish : สีเคลือบเงาด้วยรูปแบบสว่างหรือด้าน เพื่อปกป้องพื้นผิวของพื้นไม้หรือเฟอร์นิเจอร์ที่ปูด้วยไม้
สี Melamine และ MDF : ใช้สำหรับเปลี่ยนโฉมประตูห้องครัวเก่า ๆ หรือตู้เก็บของแบบเมลามีน เพียงแค่ทาเคลือบหนึ่งชั้นเท่านั้น เมื่อแห้งจะให้ความเงาแบบซาติน และนุ่มนวล